Showing posts with label บทความ. Show all posts
Showing posts with label บทความ. Show all posts

Friday, June 19, 2020

สรุปแนวคิดบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์


สรุปแนวคิด "บางส่วน" จากบทสัมภาษณ์ เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์




สิ่งที่เซียนมี่จะดูเป็นหลัก

1. อุตสาหกรรม

ต้องเข้าใจธรรมชาติของอุตสาหกรรมนั้น เพราะแต่ละอุตสาหกรรมก้อมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างกัน ถ้าอุตสาหกรรมไหนโตต่ำกว่า GDP ถ้าไม่ราคาถูกจริงๆก้อจะไม่เล่น เพราะถือว่ามันยากเกินไป ส่วนมากก้อจะเลือกแต่อุตสาหกรรมที่โตเท่ากับหรือมากกว่า GDP อย่างอสังหาโตประมาณ 1.5 เท่าของ GDP แบบนี้ถือว่าเล่นได้

2. ตำแหน่งทางการแข่งขัน Competitive Factor จุดที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ

เช่นกลุ่มคอมโมดิตี้ เป็นอุตสาหกรรมที่แข่งขันแบบสมบูรณ์ ให้ดูที่การควบคุมต้นทุน บริษัทไหนที่คุมต้นทุนได้ดีกว่า มักจะเป็นผู้ชนะ เวลาที่อยู่ในช่วงขาลงก้อมักจะอยู่รอดได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก้อมักจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เพราะจะมี Economy of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด

แต่ถ้าเป็นพวกเครื่องสำอางค์ หรือสินค้าแบรนด์เนม จะไม่ได้ดูที่การควบคุมต้นทุนเป็นหลัก เพราะผู้ซื้อมักจะไม่ได้เน้นที่ราคาเป็นหลัก ต่อให้คุมต้นทุนได้ดีกว่า ขายถูกกว่า ก้อไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของลูกค้า แต่อยู่ที่จุดขายหรือคาแรคเตอร์ของสินค้า ถ้าลูกค้าถูกใจก้อซื้อ เพราะฉะนั้นให้ดูว่าเวลาบริษัทออกสินค้าใหม่แล้วโดนใจลูกค้ามั้ย แล้วถ้าไม่โดนใจบริษัทมีการจัดการแก้ไขยังไง

หรือถ้าเป็นอุตสาหกรรมโรงแรม ให้ดูว่าใครอยู่ในโลเคชั่นที่ดี ถ้าเกิดตัดสินใจผิดไปเปิดโรงแรมอยู่ในโลเคชั่นที่ไม่ดี จะย้ายไปไหนก้อไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าโลเคชั่นดีก้อรุ่ง ถ้าโลเคชั่นแย่ก้อร่วง

3. ผู้บริหาร
  • ต้องซื่อสัตย์ อย่าหวังได้ดีลดีๆจากคนไม่ดี
  • ต้องมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรม 
  • เป็นผู้บริหารที่ปรับตัวเก่ง หรือมีอายุน้อยหน่อย ต่ำกว่า 45 ปี ได้ก้อจะดี จะได้เข้าใจลูกค้ากลุ่มใหญ่อย่างกลุ่ม มิลลิเนี่ยล หรือ Gen Y (อายุประมาณ 24 – 40 ปี) ได้

เนื้อหาที่เป็นแนวคิดและหลักการที่ผมคิดว่าสำคัญก้อประมาณนี้ แต่ในบทสัมภาษณ์ยังมีความรู้เรื่องอื่นๆที่น่าฟังอีกนะครับ และในคลิปนี้ จะมีการพูดถึงกลุ่มอสังหาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ใครสนใจก้อลองกดเข้าไปฟังดูครับ








Thursday, November 19, 2015

Double Bottom Pattern



วันนี้เจอเคสน่าสนใจเลยอยากเอามาเขียนเก็บไว้อ่านนั่นก้อคือ Double Bottom Pattern
ทุกทีก้อเขียนโพสในเพจไปเรื่อยแต่พอจะกลับมาอ่านก้อหาไม่เจอ สุดท้ายพึ่งมารู้ว่ามี App Note ด้วย เออดีแหะ น่าจะหาง่ายขึ้นนะ ไม่ต้องเขียนทิ้งๆขว้างๆอีก

Double Bottom เป็น Price Pattern ที่ค่อนข้างดูง่าย เห็นชัดเจน ไม่มั่ว ไม่มโนแน่นอน เพียงแต่ต้องจำทฤษฎีของมันนิดหน่อย ซึ่งก้อมีไม่กี่ข้อดังนี้


  1. ก่อนหน้าที่จะเกิด Double Bottom หุ้นต้องมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างน้อย 30%
  2. ฐานต้องมีความลึกไม่เกิน 40%
  3. การสร้างฐานต้องมีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 7 สัปดาห์
  4. จุดยอดตรงกลาง W ควรอยู่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของฐาน และควรอยู่ต่ำกว่าจุดยอดของขาแรกทางด้านซ้ายมือ
  5. จุดต่ำสุดของขาที่สองควรอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของขาแรก
  6. จุดเข้าซื้อคือจุดที่อยู่เหนือจุดยอดตรงกลางของ W
  7. ยายามอย่าซื้อไล่ราคาเมื่อราคาวิ่งไปเกิน 5% ของจุดที่ควรซื้อ (เหนือจุดยอดตรงกลางของ W) เพราะอาจโดน stop loss ได้ง่ายหากโดนเทขายลงมา เพราะซื้อแพงเกินไป
  8. วอลุ่มในวันที่เบรคเอาท์ขึ้นมาควรมากกว่า 40-50% เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน

ผมได้ลองยกตัวอย่าง PTG ขึ้นมาเนื่องจากว่ามันกำลังมีลุ้นที่จะเบรคพอดี รายละเอียดการวิเคราะห์ต่างๆ ผมเขียนไว้อยู่ในภาพหมดแล้ว ยังไงคงต้องมาลองติดตามดู แล้วค่อยมารีวิวอีกครั้งนึงครับ


อัพเดท PTG  9/10/15 มาตามนัด ถึงกับต้องแบ่งขายตัวอื่นมาเข้ากันเลยทีเดียว เพราะตังหมด หุหุ


อัพเดทสุดท้าย 19/11/15 จบด้วยการ False Breakout ถือว่า Fail ไป ก้อต้องทำใจ เพราะไม่จำเป็นว่าเมื่อเกิด Pattern แล้วหุ้นจะต้องวิ่งไปตามที่คาดหวังทุกครั้งไป มันเป็นเพียงความน่าจะเป็นเท่านั้น อันนี้ต้องจำไว้เสมอ ดังนั้นจึงต้องกำหนดจุด Stopp Loss ทุกครั้ง